Getting the transcript
Reading the captions from YouTube. A video nobody has opened here before takes 10 to 30 seconds; this page fills in on its own.
Getting the transcript
Reading the captions from YouTube. A video nobody has opened here before takes 10 to 30 seconds; this page fills in on its own.

Where viewers went back to watch this video again, from YouTube's public Most replayed graph, lined up with what was said at that moment.
Most replayed moment #1
32:4910.7x the video's typical replay level
สิ่งที่ดีงามเรามาค้นหาคำตอบนี้ในส่วนต่อ ไปครับวิธีที่ 5 เหนื่อยนักก็นอนสวดจน หลับโปรแกรมจิตสุดท้ายก่อนนิทราสู่ความ สว่าง ในการเดินทางของชีวิตคนเราในยุคปัจจุบัน
Said at 32:42
Most replayed moment #2
18:2710.1x the video's typical replay level
พระแต่คือการเปลี่ยนทุกย่างก้าวและทุกลม หายใจให้กลายเป็นเครื่องผลิตบุญที่ไม่มี วันหยุดนิ่งซึ่งเราจะมาเจาะลึกวิธีการสวด ในใจระหว่างวันเพื่อเปลี่ยนชีวิตจากคนที่ เหนื่อยล้าให้กลายเป็นโรงงานผลิตกระแสบุญ
Said at 18:20
Most replayed moment #3
6:4010.1x the video's typical replay level
เองคือกุญแจดอกสำคัญที่จะเปิดประตูสู่ พลังงานมหาจักรพรรดิครับเมื่อใจของเรา สบายจิตจะเริ่มเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า ความละเอียดและในความละเอียดนี้เองที่ พลังงานบุญจะสามารถไหลผ่านธาตุขันธ์ของ เราได้สะดวกที่สุดหากใจเราหนักเหมือนก้อน
Said at 6:32
The graph counts replays. It does not show where viewers stopped watching.
Words
987
Runtime
51:15
Speaking pace
19wpm
Reading time
4min
19 words per minute, below the 160 25th percentile of 349 measured videos. That distribution comes from the 349-video hook study.
Opening (first 30 seconds)
ขอสวัสดีคุณผู้ฟังที่รักทุกท่านครับยินดี ต้อนรับเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการพักใจใน ช่องดีขึ้นทุกวันด้วยธรรมะพื้นที่ที่จะพา ทุกท่านเดินทางไปพบกับแสงสว่างและ ปาฏิหาริย์แห่งชีวิตด้วยวิถีทางของครูบา อาจารย์ครับ คุณผู้ฟังเคยรู้สึกแบบนี้ไหครับเราสวด มนต์กันทุกเช้าเย็นตั้งใจสวดบท มหาจักรพรรดิวันละหลายสิบจบ พยายามทำทุกอย่างตามที่คนเขาบอกว่าดีแต่
10 words, the words spoken in the first 30 seconds at 19 words per minute.
Free, no signup. See how the first 30 seconds hold attention, with rewrites.
Sentence shape
| Measure | This transcript |
|---|---|
| Sentences | 1 |
| Average words per sentence | 987.0 |
| Longest sentence | 987 words |
| Questions asked | 0 |
| Sentences containing a number | 1 |
What this transcript is
Every word below is the caption track YouTube publishes for this video, pulled from the video itself and reproduced unchanged. It is not Prepublish's writing, not a summary, and not a re-transcription: it is the video's own published captions. Thai captions, generated automatically by YouTube, in the video’s original language. Source: the video on YouTube. A channel that would rather this page did not exist can ask for its removal through the contact page, and it is removed.
ขอสวัสดีคุณผู้ฟังที่รักทุกท่านครับยินดี ต้อนรับเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการพักใจใน ช่องดีขึ้นทุกวันด้วยธรรมะพื้นที่ที่จะพา ทุกท่านเดินทางไปพบกับแสงสว่างและ ปาฏิหาริย์แห่งชีวิตด้วยวิถีทางของครูบา อาจารย์ครับ คุณผู้ฟังเคยรู้สึกแบบนี้ไหครับเราสวด มนต์กันทุกเช้าเย็นตั้งใจสวดบท มหาจักรพรรดิวันละหลายสิบจบ พยายามทำทุกอย่างตามที่คนเขาบอกว่าดีแต่ ทำไมในชีวิตจริงหนี้สินยังรุมเร้าเหมือน เดิมสุขภาพร่างกายยังดูทรุดโทรมหรือแม้ แต่เรื่องเล็กน้อยในบ้านก็ยังทำให้เรา หงุดหงิดใจจนนอนไม่หลับหลายคนถึงกับแอบ ตัดพ้อในใจว่าหรือเราคงไม่มีวาสนาหรือเรา ทำบุญไม่ขึ้นอย่างคนอื่นเค้าผมอยากจะบอก คุณผู้ฟังตรงนี้เลยครับว่าอย่าอย่าเพิ่ง ท้อใจเด็ดขาดครับเพราะความจริงที่น่าตกใจ ซึ่งหลวงตาม้าแห่งวัดถ้ำเมืองนะท่านเคย เมตตาเตือนสติลูกศิษย์ไว้อย่างลึกซึ้งก็ คือยิ่งคุณพยายามสวดให้จบมากเท่าไหร่แต่ ถ้าใจคุณยังวางไม่ถูกที่ปาฏิหาริย์ที่คุณ รอคอยก็ไม่มีทางจะเกิดขึ้นได้เลยครับใน วันนี้ผมได้รวบรวม 5 เคล็ดลับสำคัญซึ่ง เป็นหัวใจที่หลวงตาม้าท่านเน้นย้ำที่สุด ในการสวดตรวจจักรพรรดิให้เกิดพลังงานพลิก ชีวิตภายใน 1 เดือนผมกล้ายืนยันครับว่า หากคุณฟังจนจบและนำไปปรับใช้ไม่ว่าชีวิต ตอนนี้จะมืด 8 ด้านเพียงใดหรือความทุกข์ จะหนักหนาแค่ไหนแสงสว่างจะค่อยๆปรากฏขึ้น ในใจและชีวิตของคุณอย่างแน่นอนครับโดย เฉพาะในวิธีที่ 3 และวิธีที่ 5 ซึ่งเป็น ความลับของการปฏิบัติที่คุณสามารถทำได้ แม้ในยามที่เหนื่อยล้าช้าที่สุดและเป็น จุดที่คนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามจนทำให้การ สวดมนต์ที่ผ่านมาดูเหมือนจะได้ผลช้ากว่า ที่ควรจะเป็น[เพลง]หากคุณรู้เคล็ดลับใน 2 ข้อนี้การสวดมนต์ของคุณจะเปลี่ยนจากการทำ ตามหน้าที่กลายเป็นสร้างขุมพลังมหาศาล [เพลง]ที่คุ้มครองตัวคุณได้ตลอด 24 ช่มง ครับการเดินทางในครั้งนี้ไม่ใช่การชวนมา สวดมนต์เพื่อขอพรอย่างเลื่อนลอยแต่เป็น การชวนคุณผู้ฟัง มาเรียนรู้วิธีการเชื่อมกระแสบารมีของ หลวงปู่ดู่พรหมปัญโญพระโพธิสัตว์ผู้ เปี่ยมด้วยเมตตาเพื่อให้พลังงานเหล่านั้น มาปรับภพภูมิปรับธาตุขันธ์และปรับดวงชะตา ของทุกท่านให้สว่างไสวขึ้นครับก่อนที่เรา จะก้าวเข้าสู่เคล็ดลับข้อแรกที่จะเปลี่ยน ชีวิตของคุณไปตลอดกาลผมขอเชิญชวนคุณผู้ ฟังทุกท่านร่วมกันแสดงเจตนารมณ์ที่เป็น สิริมงคล[เพลง]ด้วยการพิมพ์คำสั้นๆลงใน ช่องคอมเมนต์ว่าน้อมรับบารมีหรือใจสว่าง เพื่อเป็นการตั้งสัจจะ[เพลง]อธิษฐานและ น้อมนำกระแสแห่งบุญมหาจักรพรรดิเข้ามา [เพลง]สู่จิตใจของเราตั้งแต่เริ่มต้นฟัง ในวินาทีนี้ครับเมื่อเราได้ตั้งใจมั่น ร่วมกันแล้วผมขอให้คุณผู้ฟังลองทำใจให้ สบายปล่อยวางความกังวลทุกอย่างไว้ชั่ว ครู่แล้วตามผมไปพิสูจน์พร้อมๆกันครับว่า เพราะอะไรอารมณ์ใจถึงสำคัญกว่าจำนวนจบและ ทำไมหลวงตาม้าถึงบอกว่าแค่คุณวางใจให้ถูก ปาฏิหาริย์ในชีวิตก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัว อีกต่อไปครับเราจะเริ่มต้นเรียนรู้วิธี ที่ 1 ไปพร้อมกันเลยครับวิธีที่ 1 อารมณ์ ใจสำคัญกว่าจำนวนจบสวดให้เพลินเหมือนร้อง เพลง สิ่งแรกที่ผมอยากชวนคุณผู้ฟังมาพิจารณาดู อย่างลึกซึ้งคือเรื่องของความเข้าใจที่ คลาดเคลื่อนในการสวดมนต์ครับหลายท่านอาจ จะเคยตั้งปณิธานกับตัวเองว่าวันนี้ฉันจะ สวดคาถามหาจักรพรรดิให้ได้ 108 จบหรือ ต้องสวดให้ครบตามจำนวนอายุ + 1 การมี ความเพียรนั้นเป็นเรื่องที่น่าอนุโมทนา อย่างยิ่งครับแต่คำถามสำคัญที่หลวงตาม้า ท่านมักจะย้ำเตือนลูกศิษย์อยู่เสมอคือใน ขณะที่ปากของเรากำลังขยับสวดอยู่นั้นใจ ของเรากำลังอยู่ที่ไหนและอารมณ์ของเรา เป็นอย่าง หลวงตาเคยสอนไว้อย่างชัดเจนว่าการสวด จักรพรรดิให้เกิดพลังงานที่แท้จริงนั้น สำคัญที่อารมณ์ใจไม่ได้สำคัญที่จำนวนบท เลยครับหากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน ที่สุดการสวดมนต์ก็เหมือนกับการที่เรา พยายามจะประคองเทียนที่จุดสว่างอยู่เดิน ฝ่าสายลมแรงในยามค่ำคืนหากคุณมัวแต่พระ วง์ว่าจะต้องเดินให้เร็วที่สุดเพื่อให้ ถึงจุดหมายจิตใจของคุณจะเต็มไปด้วยความ เร่งรีบ ความกังวลและความเกร็ง[เพลง]สุดท้ายเปลว เทียนในมือก็อาจจะดับลงเพราะแรงลมจากการ ก้าวเดินที่รีบร้อนเกินไปแต่หากคุณเดิน ด้วยความสงบ[เพลง]มีสติจดจ่ออยู่กับเปลว ไฟในมือก้าวเดินด้วยความมั่นคงและเบาสบาย แม้จะเดินได้ช้ากว่าแต่แสงสว่างนั้นจะยัง คงอยู่และนำทางคุณไปได้ตลอดรอดฝังครับคุณ ผู้ฟังครับหลายคนใช้การสวดมนต์เป็นเหมือน การทำภารกิจให้จบไปในหัวคอยแต่จะนับว่า เหลืออีกกี่จบเมื่อไหร่จะครบตามเป้าหมาย ที่ตั้งไว้การทำแบบนี้จะทำให้จิตใจเกิด สภาวะที่เรียกว่าความกดดันโดยไม่รู้ตัว ครับจิตจะรู้สึกเหนื่อย[เพลง]รู้สึกหนัก และที่สำคัญคือจิตจะได้ไม่พักเลยพลังงาน ที่ส่งออกมาจากตัวเราในขณะนั้นจึงเป็น พลังงานแห่งความเครียดซึ่งเป็นคลื่นความ ถี่ที่หยาบและหนักไม่สามารถเชื่อมต่อกับ กระแสบุญอันละเอียดอ่อนของหลวงปู่ดูหรือ พระพุทธเจ้าได้เลยครับหลวงตาม้าท่านจึง ให้กุศโลบายที่วิเศษมากคือการสวดด้วยความ เบาสบายท่านเปรียบว่าให้สวดให้เพลิน เหมือนการที่เรานั่งร้องเพลงโปรดลองนึก ภาพดูนะครับเวลาที่เราำเพลงที่เราชอบเรา ไม่ได้รู้สึกว่ามันคือการทำงานเราไม่ได้ รู้สึกเหนื่อยแต่เรากลับรู้สึกมีความสุข ใจเราเบาล่องลอยไปตามท่วงทำนองการสวดคาถา มหาจักรพรรดิก็ควรจะเป็นเช่นนั้นครับให้ แต่ละอักขระแต่ละถ้อยค่อยคำค่อยๆหลั่งไหล ออกมาจากใจอย่างเป็นธรรมชาติ[เพลง]ไม่ ต้องไปเค้นไม่ต้องไปเกร็งคำว่าใจสบายนี่ เองคือกุญแจดอกสำคัญที่จะเปิดประตูสู่ พลังงานมหาจักรพรรดิครับเมื่อใจของเรา สบายจิตจะเริ่มเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า ความละเอียดและในความละเอียดนี้เองที่ พลังงานบุญจะสามารถไหลผ่านธาตุขันธ์ของ เราได้สะดวกที่สุดหากใจเราหนักเหมือนก้อน หินพลังงานบุญก็เหมือนน้ำที่พยายามจะซึม ผ่านก้อนหิน มันทำได้ยากและช้ามากครับแต่หากใจเราเบา สบายเหมือนปุยเมฆพลังงานบุญก็จะแผ่ซ่านไป ทั่วทุกอนูของร่างกายและจิตใจได้อย่างรวด เร็วและทรงพลังครับ อีกหนึ่งปัญหาที่นักสวดมนต์มักจะเจอคือ การถูกรบกวนจากสิ่งรอบข้างครับเสียงรถ ยนต์เสียงคนคุยกันหรือแม้แต่เสียง โทรทัศน์จากเพื่อนบ้านบ่อยครั้งที่เราจะ รู้สึกรำคาญและพยายามจะผลักใสเสียงเหล่า นั้นออกไปแต่หลวงตาบอกว่ายิ่งคุณรำคาญจิต ของคุณก็ยิ่งกระด้างยิ่งมีโทสะแล้วบุญจะ เกิดได้อย่างไรเคล็ดลับที่ท่านสอนคือให้ เราฝึกจิตให้ชินและเบาจนความรำคาญนั้นหาย ไปเองลองใช้วิธีเปรียบเทียบแบบนี้นะครับ ให้มองว่าเสียงรบกวนรอบตัวนั้นเป็นเหมือน เสียงนกเสียงกาที่ร้องอยู่ในป่ามันเป็น เพียงธรรมชาติตามปกติของโลกหน้าที่ของเรา ไม่ใช่ไปห้ามนกไม่ให้รอ แต่หน้าที่ของเราคือการรักษาวงสวดมนต์ใน ใจเราให้คงอยู่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณสวดไป เรื่อยๆจนถึงจุดหนึ่งที่คุณได้ยินเสียงรบ กวนแต่ใจคุณไม่กระเพื่อมไม่ขุ่นมัวยังคง สวดต่อไปได้อย่างต่อเนื่องและมีความสุข นั่นแหละครับคือสัญญาณว่าจิตของคุณเริ่ม มีกำลัง[เพลง]แล้วจิตที่มีพลังสูงสุดคือ จิตที่ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งกระทบครับและจิต ที่นิ่งสงบนี่เองที่จะสามารถดึงดูดสิ่งดี ๆเข้ามาในชีวิตได้อย่างน่าอัศจรรย์ บางท่านอาจจะถามว่าแล้วถ้าสวดน้อยจบแต่ใจ สบายกับสวดเยอะจบแต่ใจไม่สงบแบบไหนจะดี กว่ากันคำตอบจากแนวทางของวัดถ้ำเมืองนะ คือสวดให้ใจสบายก่อนครับเมื่อใจเริ่มสบาย แล้วความเพียรจะตามมาเองอย่างเป็น ธรรมชาติคุณจะอยากสวดต่อไปเรื่อยๆเพราะ มันมีความสุขและเมื่อนั้นจำนวนจบที่เพิ่ม ขึ้นจะมาพร้อมกับคุณภาพของจิตที่สูงขึ้น ไม่ใช่การสวดเพื่อเอาปริมาณมาอวดอ้างกับ ตัวเองการสวดมนต์ด้วยอารมณ์ใจที่เบาสบาย นี้ยังช่วยเรื่องการดึงดูดโชคลาภและทาง แก้ปัญหาชีวิตด้วยครับเพราะในสภาวะที่ใจ เบา[เพลง]ปัญญาจะเกิดเมื่อปัญญาเกิดเราจะ มองเห็นทางออกของปัญหาที่เคยดูเหมือนจะ มืด 8 ด้านพลังงานที่สว่างไสวรอบตัวเราจะ ช่วยปรับเปลี่ยนผู้คนและสถานการณ์รอบข้าง ให้คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นเหมือนกับการ ที่เราเปิดหน้าต่างรับแสงแดดเข้ามาในห้อง ที่มืดมิดมานานความร้อนรุ่มในใจจะถูกแทน ที่ด้วยความเย็นความวุ่นวายจะถูกแทนที่ ด้วยความสงบดังนั้นในเดือนต่อจากนี้ผม อยากให้คุณผู้ฟังลองปรับเปลี่ยนวิธีการ สวดมนต์ดูใหม่ครับก่อนจะเริ่มสวดทุกครั้ง ให้ปรับท่านั่งให้สบายที่สุดสูตรลมหายใจ เข้าลึกลึกๆปล่อยวางความกังวลทุกอย่างไว้ ชั่วคราวบอกกับตัวเองว่าช่วงเวลานี้คือ ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนของจิตใจ[เพลง]ไม่ ต้องรีบไม่ต้องเร่งค่อยๆเปล่งคำสวดออกมา ด้วยความรักและความเคารพในพระรัตนตรัย ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังรดน้ำต้นไม้ ทีละหยดด้วยความประณีตสังเกตความรู้สึก ที่เกิดขึ้นในใจ[เพลง] หากเริ่มรู้สึกเหนื่อยหรือเคร่งเครียด เกินไปให้หยุดพักสักครู่ยิ้มให้กับตัวเอง แล้วค่อยเริ่มสวดใหม่ด้วยความเบาเมื่อคุณ ทำได้เช่นนี้การสวดมนต์จะไม่ใช่ภาระอีก ต่อไปแต่จะเป็นขุมพลังอันยิ่งใหญ่ที่คอย เติมเต็มชีวิตของคุณในทุกๆวันและนี่คือ รากฐานสำคัญที่จะทำให้เคล็ดลับข้อต่อๆไป ส่งผลลัพธ์ที่รุนแรงและรวดเร็วยิ่งขึ้น ครับเมื่อเราฝึกวางอารมณ์ใจให้เบาได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปที่จะช่วยให้การเชื่อมต่อ พลังงานเข้มค้นขึ้นไปอีกระดับ คือการใช้ภาพเข้ามาช่วยครับซึ่งเป็น เทคนิคที่หลวงตาม้าให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการนึกถึงภาพครูบาอาจารย์เปรียบ เสมือนการที่เรามีเสาอากาศที่ชัดเจนในการ รับสัญญาณบุญแต่การจะนึกภาพ[เพลง]ให้ติด ตาและติดใจนั้นหลายคนมักจะติดปัญหาเรื่อง ความพยายามที่มากเกินไปจนกลายเป็นความ เครียดซึ่งเราจะมาค้นหาคำตอบในเรื่องนี้ ถึงวิธีการนึกภาพหลวงปู่ดู่อย่างไรให้ ง่ายและได้ผลเร็วที่สุดในลำดับต่อไปครับ วิธีที่ 2 เคล็ดลับจำภาพหลวงปู่ด้วยการ ลืมตาหลับตาเชื่อมกระแสบารมีที่ใหญ่ที่ สุด เมื่อเราสามารถปรับอารมณ์ใจให้เบาสบายได้ แล้วขั้นตอนสำคัญประการต่อมาที่หลวงตาม้า ท่านเน้นย้ำอยู่เสมอก็คือการหาที่ยึดเกาะ ให้กับจิตครับคุณผู้ฟังลองนึกภาพตามนะ ครับว่าจิตของเรานั้นเปรียบเสมือนกับลิง ที่อยู่ไม่นิ่งมักจะกระโดดจากกิ่งไม้ หนึ่งไปสู่อีกกิ่งหนึ่งตลอดเวลาเดี๋ยวก็ คิดเรื่องงานเดี๋ยวก็คิดเรื่องลูกหลาน เดี๋ยวก็คิดเรื่องหนี้สินหรือความทุกข์ใน อดีต[เพลง] หากเราปล่อยให้จิตฟุ้งซ่านไปอย่างไร้ทิศ ทางแม้ปากจะสวดมนต์แต่พลังงานที่เกิดขึ้น ย่อมกระจัดกระจายไม่เป็นกลุ่มก้อนการนึก ถึงภาพหลวงปู่ดู่จึงเปรียบเสมือนการที่ เรานำเสาหลักที่มั่นคงมาปักไว้แล้วเอา เชือกแห่งสติไปผูกจิตของเราไว้กับท่าน ครับแต่ทำไมต้องเป็นภาพหลวงปู่ดู่[เพลง] นั่นก็เพราะว่าหลวงปู่ดู่พรหมปัญโญท่าน เป็นพระโพธิสัตว์ที่มีบารมีเต็มเปี่ยม ท่านมีสายใยแห่งความเมตตาที่แผ่ออกไปไม่ มีประมาณการนึกถึงท่านจึงเป็นการเชื่อม ต่อจิตของเราเข้ากับแหล่งพลังงานที่ใหญ่ ที่สุดเป็นการเปิดรับกระแสบุญจากพระ พุทธเจ้าทุกๆพระองค์ผ่านบารมีของท่านเข้า มาสู่ตัวเรานั่นเองครับหลายท่านอาจจะบอก ว่าการนึกภาพเป็นเรื่องยากพยายามหลับตา นึกเท่าไหร่ก็เห็นแต่ความมืดหรือบางที พยายามเพ่งจนปวดหัวหลวงตาม้าท่านจึงให้ กุศโลบายที่เรียบง่ายที่สุดมาครับท่านบอก ว่าอย่าไปเพ่งแต่ให้ใช้การมองสบายๆสลับ กับการลืมตาและหลับตาครับวิธีปฏิบัติที่ เป็นรูปธรรมทำคือให้คุณผู้ฟังหารูปภาพของ หลวงปู่ดู่ที่ท่านชื่นชอบมาวางไว้ตรงหน้า จะเป็นภาพถ่ายภาพวาดหรือรูปหล่อของท่านก็ ได้ครับขอให้เป็นภาพที่เห็นแล้วใจเราเกิด ความรู้สึกเคารพรักและอบอุ่นจากนั้นให้ เรานั่งมองภาพท่านด้วยสายตาที่ผ่อนคลาย เหมือนกับการที่เรามองดูหน้าผู้ใหญ่ที่ใจ ดีและเมตตาเรามากๆมองให้เห็นรอยยิ้มของ ท่านมองให้เห็นแววตาที่เปี่ยมด้วยความ กรุณาในขณะที่มองนั้นให้ปากเราก็สวดบท มหาจักรพรรดิคลอไปด้วยเบาๆเมื่อมองจนใจ เริ่มรู้สึกสงบและจำรายละเอียดของภาพได้ บ้างแล้วให้คุณผู้ฟังค่อยๆหลับตาลงอย่าง นุ่มนวลครับในใจก็นึกถึงภาพที่เพิ่งมอง เห็นเมื่อครู่นี้ไม่ต้องกังวลว่าภาพจะ ต้องชัดเจนเหมือนลืมตามองแม้จะเห็นเป็น เพียงเงารางหรือเห็นเพียงใบหน้าที่เรือน รางก็ไม่เป็นไรครับขอเพียงให้ใจรับรู้ว่า เรากำลังอยู่ต่อหน้าหลวงปู่และนี่คือ เคล็ดลับสำคัญครับเมื่อไหร่ที่ภาพในใจ เลือนหายไปจนมืดสนิทหรือใจเริ่มวอกแวกไป คิดเรื่องอื่นอย่าไปฝืนและอย่าไปตำหนิตัว เองครับให้คุณผู้ฟังลืมตาขึ้นมามองภาพ หลวงปู่อีกครั้งมองซ้ำไปที่จุดเดิมบันทึก รายละเอียดเข้าไปใหม่แล้วค่อยๆหลับตาลง อีกครั้งทำสลับกันไปอย่างนี้เรื่อยๆ เหมือนกับการที่เรากำลังถ่ายเอกสารหรือ บันทึกข้อมูลซ้ำๆลงในหน่วยความจำของจิตใจ ครับหลวงตาเปรียบเทียบไว้อย่างเห็นภาพว่า การทำแบบนี้เหมือนกับการชาร์จแบตเตอรี่ ครับการลืมตามองภาพคือการเสียบปลั๊กเพื่อ รับกระแสไฟการหลับตานึกถึงคือการตรวจดู ว่าไฟเข้าหรือยังยิ่งเราลืมตาและหลับตา สลับกันบ่อยๆสัญญาณภาพในใจจะค่อยๆชัดเจน ขึ้นเองโดยอัตโนมัติ จนถึงจุดหนึ่งต่อให้คุณไม่ได้อยู่ต่อหน้า จริงๆเพียงแค่คุณนึกถึงภาพของหลวงปู่จะ ปรากฏขึ้นในใจอย่างชัดเจนและรวดเร็วทันที ครับคุณผู้ฟังทราบไหครับว่าการที่เรามี ภาพพระหรือภาพครูบาอาจารย์ประทับอยู่ในใจ นั้นมีประโยชน์มหาศาลเพียงใดในทางธรรมนี่ คือการทำพุทธานุสติและสังฆานุสติที่เข้ม ข้นมากครับ[เพลง] จิตที่เกาะอยู่กับพระจะเป็นจิตที่สว่าง ไสวพลังงานลบหรือสิ่งไม่ดีต่างๆจะเข้า แทรกซึมได้ยากเหมือนกับห้องที่เปิดไฟ สว่างอยู่เสมอย่อมไม่มีที่ว่างให้กับความ มืดนอกจากนี้[เพลง]ในทางโลกหากวันใดที่ คุณผู้ฟังต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่คับขัน เกิดอุบัติเหตุหรือมีความหวาดกลัวเกิด ขึ้นในใจเพียงแค่คุณนึกถึงภาพหลวงปู่ดู่ ที่สะสมมาจากการฝึกนี้กระแสพลังงานบารมี ของท่านจะคลุมตัวคุณทันที[เพลง]ครับพลัง งานที่สะสมไว้ในจิตจะทำหน้าที่เป็นเกราะ ป้องกันไที่มองไม่เห็นเป็นการดึงเอาพลัง งานมหาจักรพรรดิมาใช้ในยามจำเป็นได้อย่าง ทันท่วงทีการฝึกนึกภาพแบบนี้หลวงตาบอกว่า ให้ทำแบบเล่นๆแต่ทำจริงจังหมายความว่าไม่ ต้องไปเครียดกับผลลัพธ์ไม่ต้องไปคาดหวัง ว่าวันนี้ต้องเห็นภาพชัดเป็นสีทองสวัจ้า แต่ให้ทำให้บ่อยทำทุกครั้งที่มีโอกาสแม้ จะไม่ได้สวดมนต์บทใหญ่เพียงแค่เดินผ่าน รูปท่านแล้วหยุดมองสักวินาทีแล้วหลับตา นึกถึงครู่หนึ่งก็นับเป็นการบันทึกบุญ แล้วครับยิ่งภาพในใจชัดเท่าไหร่การส่ง พลังงานบุญไปแก้ปัญหาชีวิตก็จะยิ่งส่ง พลังมากขึ้นเท่านั้นเพราะภาพคือภาษาของ จิตครับเมื่อจิตสื่อสารด้วยภาพที่ชัดเจน >> [เพลง] >> การอธิษฐานจิตเพื่อขอความช่วยเหลือหรือ การแผลเมตตาไปยังเจ้ากรรมนายเวรก็จะมี ความเข้มข้นและตรงจุดเหมือนกับการที่เรา ส่งกระแสจิตออกไปโดยมีเป้าหมายที่แน่นอน ไม่ได้แผ่ออกไปอย่างเคว้งขว้างผมอยากให้ คุณผู้ฟังลองฝึกเทคนิคนี้ดูนะครับในช่วง 1 เดือนแห่งการพลิกชีวิตนี้ลองเปลี่ยนจาก การสวดมนต์หลับตาแน่นเพียงอย่างเดียวมา เป็นการลืมตามองภาพหลวงปู่สลับกับหลับตา ดูบ้างแล้วคุณจะพบว่าจิตของคุณจะมีที่ยึด เกาะที่มั่นคงขึ้นความฟุ้งซ่านจะลดน้อยลง อย่างเห็นได้ชัดและที่สำคัญคือคุณจะรู้ สึกว่าคุณไม่ได้สวดมนต์อยู่เพียงลำพังแต่ มีหลวงปู่ท่านคอยนั่งเป็นประธานคอยส่งมอบ ความรักและความเมตตาให้คุณอยู่ตลอดเวลา เมื่อใจเรามีภาพหลวงปู่เป็นประธานแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่หลวงตาม้าท่านชื่นชมมาก ที่ที่สุดคือการนำพลังงานนี้ไปใช้ในชีวิต ประจำวันครับไม่ใช่แค่ตอนนั่งสมาธิในห้อง พระแต่คือการเปลี่ยนทุกย่างก้าวและทุกลม หายใจให้กลายเป็นเครื่องผลิตบุญที่ไม่มี วันหยุดนิ่งซึ่งเราจะมาเจาะลึกวิธีการสวด ในใจระหว่างวันเพื่อเปลี่ยนชีวิตจากคนที่ เหนื่อยล้าให้กลายเป็นโรงงานผลิตกระแสบุญ เคลื่อนที่ในภาคต่อไปครับวิธีที่ 3 เปลี่ยนชีวิตประจำวันให้เป็นการแผ่แต่ พลังงานเป็นโรงงานผลิตบุญเคลื่อนที่ หลังจากที่เราได้ฝึกวางอารมณ์ใจให้เบา สบายและเริ่มบันทึกภาพของหลวงปู่ดู่เข้า ไปในห้องแห่งความจำของจิตใจแล้วสิ่งต่อมา ที่จะทำให้ชีวิตของคุณผู้ฟังเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว[เพลง]ชนิดที่เรียกว่าก้าว กระโดดก็คือการนำบทสวดมหาจักรพรรดิออกจาก ห้องพระแล้วนำมาประยุกต์ใช้ในทุกย่างก้าว ของวิถีชีวิตครับ คุณผู้ฟังหลายท่านอาจจะเคยมีความเชื่อ เดิมๆว่าการจะปฏิบัติ[เพลง]ธรรมให้ได้ผล ดีจะต้องหาเวลาว่างที่เงียบสงบต้องไปวัด หรือต้องนั่งหลับตาตัวตรงอยู่หน้าโต๊ะ หมู่บูชาเพียงอย่างเดียวแต่หลวงตาม้าท่าน ได้เมตตาเปิดเผยความลับที่สวนทางกับความ รู้สึกของคนส่วนใหญ่ครับ[เพลง] ท่านยืนยันว่าการสวดในใจระหว่างที่เรา กำลังทำกิจวัตรประจำวันไม่ว่าจะเป็นการ เดินการนั่งรถการทำงานหรือแม้แต่การล้าง จานและกวาดบ้านให้ผลดีและทำให้จิตแข็ง แกร่งเร็วกว่าการไปนั่งหลับตานิ่งๆเพียง ลำพังในห้องเสียอีกครับ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นลองเปรียบเทียบดูนะ ครับว่าหากจิตของเราเปรียบเสมือนน้ำการ ที่เราไปนั่งหลับตานิ่งๆในห้องที่ไม่มี สิ่งรบกวนเลยก็เหมือนกับการนำน้ำไปใส่ไว้ ในถังที่ปิดสนิทน้ำนั้นอาจจะดูสงบนิ่งก็ จริงแต่ภายภายในนั้นอาจจะมีตะกอนแห่งความ ฟุ้งซ่านที่ถูกกดทับไว้เมื่อเราเปิดฝาถัง ออกหรือต้องก้าวเท้าออกมาเจอกับโลกภายนอก ที่วุ่นวายน้ำนั้นก็จะกลับมาขุ่นมัวได้ ง่ายดายเหมือนเดิมแต่การสวดในขณะที่ชีวิต กำลังเคลื่อนไหวเปรียบเสมือนน้ำในลำธาร ที่ไหลผ่านโขดหินผ่านกิ่งไม้และผ่านอุปห การสวดมนต์คือแรงผลักดันที่ทำให้น้ำนั้น ไหลแรงและใสสะอาดอยู่เสมอ[เพลง]ยิ่งเรา ฝึกสวดในขณะที่ต้องปะทะกับอารมณ์ของผู้คน ในขณะที่ต้องเผชิญกับเสียงอึกทึกครึกโครม จิตของเราจะถูกฝึกให้มีกำลังในสภาวะความ เป็นจริงครับนี่คือการสร้างสติที่ใช้งาน ได้จริงไม่ใช่สติที่อยู่ได้แค่ในห้องแอร์ ครับ หลวงตาบอกว่าการนั่งหลับตานิ่งๆสำหรับมือ ใหม่บางครั้งจิตจะเกิดความอัดอั้นครับ เพราะเราพยายามจะไปบังคับไม่ให้มันคิดจน สุดท้ายก็กลายเป็นการสะสมความเครียด แต่ถ้าเราเปลี่ยนมาเป็นการสวดไปด้วยลืมตา มองสิ่งรอบตัวไปด้วยเราจะกลายเป็นโรงงาน ผลิตกระแสบุญที่เคลื่อนที่ได้ครับลองนึก ภาพตามดูนะครับในขณะที่คุณผู้ฟังกำลังขับ รถไปทำงานแทนที่จะปล่อยใจให้หงุดหงิดกับ รถคันข้างหน้าหรือกังวลกับงานที่กำลังจะ ถึงให้คุณเริ่มต้นสวดมหาจักรพรรดิในใจเบา ๆนึกถึงภาพหลวงปู่ดู่ที่ครอบตัวเราไว้ใน ขณะนั้นตัวคุณไม่ได้เป็นเพียงแค่คนขับรถ คนหนึ่งอีกต่อไปแล้วครับแต่คุณคือ ประพาคารแห่งบุญที่กำลังเคลื่อนที่ไปบน ถนน หลวงตาสอนว่าในทุกๆที่ที่เราผ่านไปมีดวง วิญญาณมากมายที่รอคอยส่วนบุญอยู่ไม่ว่าจะ เป็นวิญญาณตามถนนหนทางสัมภเวสีหรือแม้แต่ เทวดาเจ้าที่เจ้าทางตามตึกรามบ้านช่อง [เพลง]เมื่อเราสวดมนต์จิตของเราจะมีความ สว่างและเมื่อเรามองไปที่ผู้คนหรือสถาน ที่เหล่านั้นด้วยจิตที่เป็นกุศล เราสามารถแผลบุญออกไปได้ตลอดเวลาครับ เพียงแค่นึกสั้นๆในใจว่าขอฝากกระแสบุญ มหาจักรพรรดิผ่านบารมีหลวงปู่ดู่ให้แก่ ดวงจิตทั้งหลายรอบตัวเรานี้ให้เขามีความ สุขให้เขามี[เพลง]ภพภูมิที่ดีขึ้นการทำ แบบนี้จิตของคุณผู้ฟังจะฝึกการให้อยู่ ตลอดเวลาครับ[เพลง]และกฎธรรมชาติของบุญก็ คือยิ่งเราให้เรายิ่งได้รับยิ่งเราแผ่ เมตตาออกไปมากเท่าไหร่ >> [เพลง] >> จิตของเราก็ยิ่งขยายใหญ่ขึ้นความเห็นแก่ ตัวลดลงความขุ่นมัวในใจจะถูกเจือจางด้วย กระแสแห่งความเมตตาผลที่ตามมาก็คือจิตของ คุณจะเข้มแข็งขึ้นอย่างรวดเร็วครับเพราะ คุณไม่ได้สวดเพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่คุณกำลังสวดเพื่อช่วยเหลือโลกวิญญาณ และเพื่อนร่วมโลกไปพร้อมๆกันครับกุศโลบาย นี้มีประโยชน์มหาศาลสำหรับคนวัยทำงานหรือ ผู้สูงอายุที่ต้องอยู่กับเย้าเฝ้าเข้า เรือนครับ[เพลง]การกวาดบ้านให้สวดไปกวาด ไปนึกเสียว่าเรากำลังกวาดขยะออกจากใจการ ทำอาหารให้สวดไปทำไปนึกว่าเรากำลังใส่ พลังงานบุญลงไปในอาหารให้คนในครอบครัวได้ ทานแล้วมีความสุขและสุขภาพดีเมื่อคุณ เปลี่ยนความน่าเบื่อในชีวิตประจำวันให้ กลายเป็นการปฏิบัติธรรมคุณจะพบว่าเวลา 1 วันของคุณนั้นเป็นเวลาทองของการสร้าง บารมีที่คุ้ม่าที่สุดครับหลวงตามักจะเล่า ถึงสมัยที่ท่านฝึกใหม่ๆว่าท่านสวดอยู่บน รถเมล์เป็นชั่วโมงชโมงตาของท่านมองเห็น สิ่งต่างๆรอบตัวเห็นคนขัดแย้งกันเห็นคน ทุกข์ยากท่านก็สวดไปแผ่เมตตาไปพิจารณา ความเป็นจริงของโลกไปด้วยท่านบอกว่าวิธี นี้แหละที่ทำให้[เพลง]ท่านเป็นเร็วเพราะ จิตมันชินกับบุญในทุกสภาวะไม่ได้ชินแค่ ตอนนั่งนิ่งๆผลลัพธ์[เพลง]ที่จะเกิดขึ้น กับคุณผู้ฟังหลังจากฝึกเช่นนี้ต่อเนื่อง 1 เดือนก็คือคุณจะพบว่าความโกรธของคุณจะ สั้นลงอย่างน่าประหลาดใจครับเพราะเมื่อ ไหร่ที่อารมณ์ลบเริ่มจะทำงานบทสวดมนต์ที่ มันชินอยู่ในใจจะเด้งขึ้นมาเองโดย อัตโนมัติเหมือนกับร่างกายเรามีภูมิคุ้ม กันที่ดีเมื่อเชื้อโรคแห่งความโกรธหรือ ความเศร้าเข้ามาจิตที่สวดมนต์อยู่เป็นนิจ ขับไล่มันออกไปได้ทันทีนอกจากนี้พลังงาน ที่คุณแผ่ออกไปในระหว่างวันจะกลับมาคุ้ม ครองตัวคุณเองครับผู้คนที่ได้อยู่ใกล้คุณ จะรู้สึกถึงความเย็นความสงุดปัญหาความขัด แย้งในที่ทำงานหรือในครอบครัวจะค่อยๆคลี่ คลายลงเพราะคุณได้เปลี่ยนกระแสอารมณ์ของ สถานที่นั้นๆด้วยพลังงานมหาจักรพรรดิที่ คุณเป็นตัวกลางสื่อสารออกมาจำไว้นะครับ จิตของเราทำงานตลอดเวลาถ้าเราไม่ให้มัน เกาะอยู่กับบทสวดมนต์หรือภาพพระมันก็จะไป เกาะอยู่กับเรื่องขุ่นมัวเรื่องอดีตที่ เจ็บปวดหรืออนาคตที่กังวลการสวดในใจ ระหว่างวันจึงเป็นการยึดพื้นที่ของจิตให้ เป็นพื้นที่สีขาวอยู่เสมอยิ่งทำมากโรงงาน ผลิตบุญในตัวคุณก็จะยิ่งมีกำลังการผลิต ที่สูงขึ้นและจะส่งผลให้ปัญญาของคุณ แจ่มใสมองเห็นช่องทางในการทำมาหากินและ การแก้ปัญหาชีวิตได้อย่างมหัศจรรย์ครับ ความมหัศจรรย์ของการสวดมนต์นั้นไม่ได้มี เพียงแค่การสร้างพลังพลังในส่วนบุคคลเท่า นั้นนะครับแต่หลวงตาม้าท่านยังเน้นย้ำถึง พลังทวีคูณที่เกิดจากการสวดพร้อมกันใน ปริมาณมากๆซึ่งเปรียบเสมือนการนำเทียน หลายๆเล่มมาจุดรวมกันจนเกิดแสงสว่างที่ ขับไล่ความมืดได้เป็นวงกว้างครับซึ่งใน ภาคหน้าเราจะมาพูดถึงความสำคัญของการสวด รวมหมู่และทำไมการเชื่อมโยงกับกลุ่มคนสวด มนต์ทั่วโลกจึงเป็นเกราะป้องกันไผ่ที่ แน่นหนาที่สุดใน[เพลง]ยุคปัจจุบันครับ วิธีที่ 4 พลังแห่งการสวดรวมหมู่ยิ่งเยอะ [เพลง]ยิ่งสว่างสร้างเกราะขุมครองภัย เมื่อเราได้เรียนรู้วิธีการฝึกฝนจิตใจใน ระดับบุคคลทั้งการปรับ[เพลง]อารมณ์ใจให้ เบาสบายการบันทึกภาพหลวงปู่ดู่เข้าสู่ใจ และการนำบทสวดไปใช้ในชีวิตประจำวัน[เพลง] แล้วในส่วนนี้ผมจะนำคุณผู้ฟังไปสู่เคล็ด ลับที่ทรงพลังยุ่งขึ้นไปอีกขั้นนั่นคือ การใช้พลังของกระแสรวมเพื่อยกระดับดวง ชะตาและสร้างเกราะคุ้มครองที่แน่นหนาที่ สุดครับหลวงตาม้าท่านมักจะตั้งคำถามชวน ให้เราได้คิดอยู่เสมอครับว่าระหว่างการ จุดเทียนเล่มเดียวท่ามกลางความ[เพลง]มืด มิดกับการจุดเทียนพร้อมกันนับหมื่นเล่ม แสงสว่างแบบไหนจะสามารถขับไล่ความหม่่น หมองและนำทางได้กว้างไกลกว่ากันแน่นอน ครับว่ายิ่งเทียนมากเล่มแสงสว่างก็ยิ่ง มหาศาล พลังแห่งการสวดบทมหาจักรพรรดิแบบรวมหมู่ ก็มีลักษณะเช่นเดียวกันครับหลายท่านอาจจะ สงสัยว่าในเมื่อเราอาศัยอยู่บ้านคนเดียว หรือนั่งสวดอยู่ในห้องส่วนตัวเราจะไปสวด รวมหมู่กับใครได้ตรงนี้เองครับที่เป็น ความเมตตาและกุศโลบายอัญชาฉลาดของหลวงตา ม้าท่านได้วางโครงข่ายแอ่งบุญไว้ผ่านเวลา ครับโดยเฉพาะเวลาสำคัญคือรอบ 20:30 น.ของ ทุกวันซึ่งเป็นเวลาที่ทางวัดถ้ำ[เพลง] เมืองนะและลูกศิษย์ทั่วโลกจะน้อมนำกระแส บารมีและสวดบทมาหาจักรพรรดิพร้อมกันคุณ ผู้ฟังลองนิกภาพตามนะครับ[เพลง] ในวินาทีที่คุณเริ่มต้นบทนะโมพุทธายะ พร้อมกับคนนับหมื่นนับแสนทั่วโลกแม้กาย หยาบของคุณจะนั่งอยู่เพียงลำพังแต่ในทาง นามธรรมหรือทางพลังงานของจิตจิตของคุณได้ เชื่อมต่อเข้ากับโครงข่ายแสงสว่างที่ใหญ่ ที่สุดครับพลังงานบุญที่เกิดขึ้นในขณะ นั้นจะไม่ใช่เพียงแค่กำลังของคนเดียวอีก ต่อไปแต่เป็นการนำแสงเทียนในมือของคุณไป ต่อกับแสงเทียนอีกนับหมื่นเล่มที่สว่าง ไสวอยู่ทั่วทุกมุมโลกการสูดพร้อมกันใน เวลาที่กำหนดนี้มีอานุภาพมากในการปรับภพ ภูมิและสร้างเกราะป้องกันภัยครับหลวงตา บอกว่าพลังงานที่รวมกันมากๆจะเกิดเป็น กระแสที่เข้มข่มจนสามารถครอบคลุมพื้นที่ ได้กว้างขวางเปรียบเสมือนการที่เราช่วย กันกางร่มคันใหญ่ที่สามารถคุ้มแดดคุ้มฝน ให้กับคนจำนวนมากได้พร้อมๆกันยิ่งเราสวด ร่วมกับกระแสใหญ่บ่อยเท่าไหร่จิตของเราก็ จะยิ่งซึมซับพลังงานที่สะอาดและบริสุทธิ์ ได้รวดเร็วขึ้นความติดขัดในชีวิตที่เคยดู เหมือนกำแพงหนาจะค่อยๆถูกแรงสั่นสะเทือน ของพลังงานรวมนี้ทลายลงไปทีละน้อยครับนอก จากการสวดตามเวลาแล้วอีกหนึ่งวิธีที่ทำ ได้ง่ายมากคือการเปิดเสียงสวดมนต์คลอไป เบาๆในที่อยู่อาศัยครับการทำแบบนี้ไม่ใช่ เพื่อความขลังเพียงอย่างเดียว[เพลง]แต่ เป็นการเปลี่ยนคลื่นความถี่ของสถานที่ นั้นๆเสียงสวดมนต์ที่มีความถี่สม่ำเสมอ และเปี่ยมด้วยพุทธคุณ[เพลง] จะช่วยสลายพลังงานลบที่ตกค้างอยู่ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นกระแสความขัดแย้งความเศร้า ซ่อม หรือแม้แต่พลังงานจากดวงวิญญาณที่ยังติด ค้างอยู่เมื่อคลื่นเสียงและคลื่นจิตมารวม กันบ้านของคุณจะกลายเป็นจุดรับสัญญาณบุญ ที่ชัดเจนหลวงตาม้าท่านสอนว่าวิญญาณและ เทวดาทั้งหลายในบริเวณนั้น[เพลง]เมื่อเขา ได้ยินเสียงสวดมนต์และสัมผัสได้ถึงกระแส บุญที่ไหลผ่านตัวคุณเขาจะพากันมาโมทนาบุญ และสวดไปพร้อมกับเราด้วยนี่คือความหมาย ที่แท้จริงของการสวดรวมหมู่ครับคือการรวม ทั้งภพมนุษย์และภพวิญญาณเข้าด้วยกันเพื่อ สร้างความสว่างไสวให้แก่โลกธาตุ สำหรับคุณผู้ฟังที่อาจจะรู้สึกว้าหรือขาด กำลังใจผมอยากให้ระลึกไว้เสมอว่าทันทีที่ คุณเริ่มสวดมหาจักรพรรดิ[เพลง]คุณมี เพื่อนร่วมทางมากมายมหาศาลครับทั้งครูบา อาจารย์อย่างหลวงปู่ดู่หลวงตาม้าและ เพื่อนกัลยาณมิตรที่สวดอยู่พร้อมกันทั่ว โลกสายใยแห่งบุญนี้จะเชื่อมโยงเราเข้า ด้วยกันเป็นกำลังใจที่ส่งผ่านกันโดยไม่ ต้องใช้คำพูดเป็นพลังงานที่คอยประคองกัน ไม่ให้ใครคนใดคนหนึ่งต้องตกไปในที่มืด การที่เราสวดรวมหมู่เป็นประจำยังเป็นการ สร้างสายใยบุญกับผู้อื่นไว้ในอนาคตด้วย ครับหลวงตาบอกว่าคนที่เคยสวดมนต์ร่วมกัน เคยทำความดีร่วมกันในกระแสเดียวกันเมื่อ ถึงคราวที่ชีวิตตกอับหรือต้องการความช่วย เหลือจะมีเหตุปัจจัยให้นำพาคนดีๆหรือ กัลยาณมิตรเข้ามาเกื้อกูลอย่างน่า อัศจรรย์เพราะจิตได้[เพลง]บันทึกความคุ้น เคยในกระแสบุญเดียวกันไว้แล้วนั่นเองดัง นั้นในแผนปฏิบัติ 1 เดือนเพื่อพลิกชีวิต นี้ผมขอแนะนำให้คุณผู้ฟังลองหาเวลาในช่วง 20:30 น.หรือเวลาใดก็ได้ที่คุณสะดวกและ รู้ว่าเป็นช่วงที่เพื่อนกัลยาณมิตรกำลัง สวดกันอยู่ให้ตั้งจิตว่าข้าพเจ้าขอเข้า ร่วมในกระแสบารมีมหาจักรพรรดิร่วมกับหลวง ปู่ดู่หลวงตาม้าและกัลยาณมิตรทั่วโลก เพียงเท่านี้พลังแห่งการปฏิบัติของคุณจะ ทวีคูณขึ้นหลายเท่าพันทวีครับคุณจะเริ่ม รู้สึกได้ถึงความสงบที่ลึกขึ้นและความ สว่างที่ชัดขึ้นในใจเพราะเราไม่ได้เดิน อยู่คนเดียวบนถนนที่มืดมิดอีกต่อไปแต่เรา กำลังเดินอยู่ท่ามกลางกองทัพแห่งธรรมที่ มีแสงสว่างนำทางอย่างมั่นคงเมื่อเราได้ รับพลังจากการสวดรวมหมู่จนจิตใจเข้มแข็ง แล้วแม้ในยามที่ร่างกายอ่อนล้าจนถึงที่ สุดเราก็ยังมีเคล็ดลับสุดท้ายที่จะทำให้ การสร้างบุญไม่ขาดตอนแม้แต่ในช่วงเวลาที่ เรากำลังจะเข้าสู่นิทราซึ่งในภาคต่อไปเรา จะมาคุยกันถึงเรื่องที่หลายคนอาจจะกังวล นั่นคือความเหนื่อยล้าจากการทำงานจนเผลือ หลับไปในขณะสวดหลวงตาม้าท่านมีมุมมองที่ เมตตาและลึกซึ้งในเรื่องนี้อย่างไรและ ทำไมการนอนสวดจนหลับจึงกลายเป็นกุศโลบาย ชั้นยอดในการโปรแกรมจิตสุดท้ายให้ไปสู่ สิ่งที่ดีงามเรามาค้นหาคำตอบนี้ในส่วนต่อ ไปครับวิธีที่ 5 เหนื่อยนักก็นอนสวดจน หลับโปรแกรมจิตสุดท้ายก่อนนิทราสู่ความ สว่าง ในการเดินทางของชีวิตคนเราในยุคปัจจุบัน นี้ผมเชื่อเหลือเกินครับว่าหลายท่านต้อง เผชิญกับภาระหน้าที่ที่หนักอึ้งมาตลอด ทั้งวันไม่ว่าจะเป็นการทำงานนอกบ้านที่ ต้องปะทะกับผู้คนและความวุ่นวายหรือการดู แลครอบครัวที่ต้องใช้พลังกายและพลังใจ อย่างมหาศาลเมื่อถึงเวลาค่ำคืนที่ร่างกาย อ่อนล้าจนแทบจะฝืนไว้ไม่ไหวความรู้สึกผิด มักจะเกิดขึ้นในใจของนักปฏิบัติหลายคน ครับบาง[เพลง]ท่านรู้สึกว่าตนเองเกลียด คร้านบางท่านรู้สึกบาปที่ไม่ได้นั่งสวด มนต์หน้าโต๊ะหมู่บูชาอย่างเป็นพิธีการ ก่อนเข้านอนหรือบางท่านพยายามฝืนร่างกาย ให้นั่งสวดทั้งที่สับปหงกจนจิตใจไม่ได้ อยู่กับเนื้อกับตัววันนี้ผมมีเรื่องที่ น่าปิติใจและเป็นความเมตตาอย่างยิ่งจาก หลวงตาม้ามาฝากครับเมื่อมีลูกศิษย์เข้าไป กราบเรียนถามท่านว่าหากเหนื่อยจากงานมาก แล้วล้มตัวลงนอนสวดมนต์จนหลับไปเลยนั้นจะ บาปมยหลวงตาตอบด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วย ความเมตตาทันทีครับว่าหลวงตาก็ทำประจำ หลวงตาก็หลับไปกับบทสวดนั่นแหละคำตอบสั้น ๆนี้เองครับที่เป็นกุศโลบายที่วิเศษสุด สำหรับคนในยุคนี้เพราะท่านไม่ได้มองที่ ท่าทางหรือพิธีกรรมเป็นใหญ่แต่ท่านมองที่ การรักษาจิตให้มีความต่อเนื่องจนถึง วินาทีสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่นิทราครับ คุณผู้ฟังลองลองจินตนาการตามผมดูนะครับ จิตของเรานั้นเปรียบเสมือนกับเครื่อง บันทึกเทปที่ทำงานอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าเรา จะรู้ตัวหรือไม่ก็ตามทุกสิ่งที่เราคิดทุก คำที่เราพูดและทุกอารมณ์ที่เราสัมผัสใน แต่ละวันจะถูก[เพลง]บันทึกทับถมลงไปใน ห้องแห่งความจำส่วนลึกหากในวันทั้งวันเรา สะสมความเครียดความ[เพลง]หงุดหงิดหรือ ความกังวลใจเอาไว้แล้วเราล้มตัวลงนอนด้วย อารมณ์เหล่านั้นเครื่องบันทึกเทปในใจเรา ก็จะเล่นวนซ้ำความเศร้าหมองนั้นไปตลอด ทั้งคืนนี่คือสาเหตุที่ทำให้หลายคนนอนฝัน ร้ายนอนหลับไม่สนิทหรือตื่นขึ้นมาแล้วรู้ สึกไม่สดชื่นเหมือนไม่ได้พักผ่อนเลยแต่ การนอนสวดจนหลับคือการเปลี่ยนม้วนเทปใน วินาทีสุดท้ายครับหลวงตาม้าท่านสอนให้เรา ใช้วิธีที่เรียบง่ายที่สุดคือเมื่อคุณล้ม ตัวลงนอนในท่าที่สบายที่สุดแล้วไม่ต้อง กังวลเรื่องทิศทางไม่ต้องกังวลเรื่องรูป แบบให้คุณพากายและใจเข้าสู่ความผ่อนคลาย จากนั้นค่อยๆนึกถึงภาพหลวงปู่ดู่ให้มาคุม ที่ตัวเราหรือนึกว่าเรากำลังนอนอยู่ใน อ้อมกอดแห่งบารมีของท่านแล้วเริ่มสวดคาถา มหาจักรพรรดิในใจไปเรื่อยๆสวดให้เบาสวด ให้เพลินเหมือนกับเรากำลังำเพลงกล่อมตัว เองในขณะที่คุณกำลังก้ำกึ่งระหว่างความ ตื่นและความหลับนั่นเองคือช่วงเวลาที่ สำคัญที่สุดทางจิตวิญญาณครับเพราะนั่นคือ ช่วงที่จิตจิตสำนึกกำลังจะส่งไม้ต่อให้ กับจิตใต้สำนึกหากคำสุดท้ายที่คุณนึกถึง คือนะโมพุทธายะ หรือภาพสุดท้ายที่คุณเห็นในใจคือใบหน้า ที่ยิ้มแย้มของหลวงปู่ดู่จิตจะเกาะอยู่ กับกระแสแห่งพุทธคุณนั้นทันทีและเมื่อคุณ หลับไป[เพลง]จิตใต้สำนึกจะทำหน้าที่สวด มนต์ต่อในระดับที่ละเอียดอ่อนไปตลอดทั้ง คืนหลวงตาเปรียบการกระทำแบบนี้เหมือนกับ การล้างขยะอารมณ์ครับพลังมหาจักรพรรดิจะ เข้าไปทำความสะอาดร่องรอยของความทุกข์ที่ สะสมมาทั้งวันเหมือนกับเราที่เปิดน้ำ สะอาดให้ไหลรินผ่านแก้วน้ำที่ขุ่นมัวน้ำ สะอาดนั้นจะค่อยๆเข้าไปแทนที่น้ำเสียจนใน ที่สุดน้ำในแก้วก็สว่างใสการนอนสวดจนหลับ จึงเป็นการซ่อมแซมและเยียวยาจิตใจในระดับ ที่ลึกที่สุดเป็นการโปรแกรมจิตให้ตื่น ขึ้นมาพร้อมกับพลังงานที่เป็นบวกและมี ความสุขครับ นอกจากผลดีต่อสุขภาพจิตแล้วในทางความ เชื่อเรื่องภพภูมิและวิญญาณหลวงตาม้าท่าน ยังกล่าวไว้อย่างน่าสนใจมากครับว่าการที่ เรานอนสวดมนต์จนหลับไปนั้นจะทำให้เรามี เกราะป้องกันที่มองไม่เห็นในยามที่เรา หลับกาหยาบของเราอาจจะนอนนิ่งอยู่บนเตียง แต่กระแสจิตของเราจะสว่างไสว[เพลง] เหมือนดวงประทีปดวงวิญญาณที่ไม่ดีหรือ สิ่งอัปปมงคลต่างๆจะไม่สามารถเข้ามากล้ำ กราได้ในทางกลับกันเทวดาและสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านดูแลรักษาผู้ปฏิบัติ ธรรมจะมาอนุโมทนาและคอยปกป้องคุ้มครองเรา [เพลง]ให้พ้นจากพยันตรายทั้งปวงและที่ลึก ซึ้งยิ่งไปกว่านั้นคือเรื่องของจิตสุด ท้ายครับในทางพุทธศาสนา สภาวะของจิตในขณะที่กำลังจะเปลี่ยนผ่าน จากภพภูมิหนึ่งไปสู่อีกภพภูมิหนึ่งนั้น สำคัญที่สุดหากเกิดเหตุไม่คาดฝันในขณะที่ เรานอนหลับเช่นการหมดอายุไขกะทันหันหรือ ที่เราเรียกว่าไหลตายจิตที่กำลังเกาะอยู่ กับบทสวดมหาจักรพรรดิจะกลายเป็นสะพานทอง ที่พาเราไปสู่สุคติภูมิได้ทันทีครับเพราะ จิตได้เตรียมพร้อมและมีที่เกาะเป็นกุศล อย่างมั่นคงอยู่แล้วท่านว่าอย่างน้อยที่ สุดก็คือชั้นจาตุมหาราชิกา หรือหากจิตละเอียดมากคอก็[เพลง]สามารถไป สู่ชั้นพรหมได้เลยทีเดียวครับคุณผู้ฟัง เห็นมั้ครับว่ากุสโลบายที่ดูเหมือนง่ายจน หลายคนมองข้ามนี้กลับมีความหมายที่ยิ่ง ใหญ่และครอบคลุมทุกมิติของชีวิตหลวงตาม้า ท่านจึงไม่ได้ห้ามให้คนนอนสวดมนต์แต่ท่าน [เพลง]กลับสนับสนุนให้ทำเป็นนิสัยเพราะ ท่านต้องการให้พวกเราชินกับบุญในทุกขณะ จิตแม้ในเวลาที่เราควบคุมตัวเองไม่ได้ อย่างการนอนหลับดังนั้นนับตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไปผมอยากให้คุณผู้ฟังเลิกกังวลและ เลิกรู้สึกผิดหากต้องนอนสวดมนต์ครับให้ มองว่าเตียงนอนของคุณคือสถานที่ปฏิบัติ ธรรมที่แสนสบายให้มองว่าหมอนที่รองศีรษะ คือฐานที่ตั้งของสติเมื่อไหร่ที่คุณล้ม ตัวลงนอนให้เริ่มทำตามเคล็ดลับที่หลวงตา สอนทันทีสวดในใจไปเรื่อยๆสังเกตความรู้ สึกเบาสบายที่เกิดขึ้นในร่างกายหากวันไหน คุณสวดไปได้เพียงไม่กี่คำแล้วหลับ ก็ให้ยิ้มในใจว่าเราได้นอนในอ้อมกอดของ พระพุทธเจ้าแล้ว ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นภายใน 1 เดือนคุณจะ พบว่าคุณภาพการนอนของคุณดีขึ้นอย่างเห็น ได้ชัดคุณจะนอนหลับได้ลึกและสนิทขึ้นความ ฝันที่วุ่นวายจะหายไปถูกแทนที่ด้วยความ ฝันที่เป็นสิริมงคลและที่สำคัญที่สุดคือ ในเช้าวันใหม่คุณจะตื่นขึ้นมาด้วยจิตใจ ที่แจ่มใสเหมือนเครื่องยนต์ที่ได้รับการ เติมน้ำมันหลอกต่อลื่นชั้นดีมาตลอดทั้ง คืนพร้อมที่จะออกไปเผชิญโลกกว้างด้วยความ เข้มแข็งและมีสติปัญญา นี่คือความลับข้อที่ 5 ที่หลวงตาม้าท่าน มอบไว้เพื่อเป็นกำลังใจแก่ผู้ที่ยังต้อง ดิ้นรนในทางโลกท่านแสดงให้เห็นว่าธรรมะ ไม่ใช่เรื่องที่อยู่ไกลตัวและไม่ใช่ เรื่องลำบากยากเย็นแต่มันคือการแทรกซึม ความดีงามเข้าไปในทุกจังหวะ[เพลง]ชีวิต เมื่อเราสามารถฝึกฝนตนเองได้ครบทั้ง 5 วิธีนี้แล้วจิตใจของเราจะเริ่มเปลี่ยน สภาพไปจากที่เคยอ่อนไหวต่อสิ่งกระทบจะ กลายเป็นจิตที่หนักแน่นและแข็งแกร่งดั่ง มหาจักรพรรดิ ซึ่งในภาคสุดท้ายของบทสนทนานี้เราจะมา สรุปแก่นสำคัญทั้งหมดเพื่อให้คุณผู้ฟัง ได้เห็นภาพรวมและนำไปใช้ให้เกิด[เพลง] ปาฏิหาริย์ต่อชีวิตอย่างเป็นรูปธรรมที่ สุดครับจิตแข็งคือจิตที่ไม่หวั่นไหวและ การก้าวข้ามอุปสรรคทาง[เพลง]กรรม เมื่อคุณผู้ฟังดำเนินมาถึงจุดนี้หลังจาก ที่ได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติทั้ง 5 วิธีอย่างต่อเนื่อง[เพลง]สิ่งที่ผมอยากจะ ชวนให้มาทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น คือสภาวะของผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น[เพลง]กับ ใจของเราครับ หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่าจิตแข็งจากคำ สอนของหลวงตาม้าซึ่งคำนี้ไม่ได้หมายถึง ความแข็งกระด้างความดื้อรั้นหรือความเย็น ชาแต่อย่างใดนะครับแต่จิตแข็งในทางธรรม ของหลวงตาหมายถึงจิตที่มีกำลังเป็น[เพลง] จิตที่หนักแน่นมั่นคงดังขุนเขาที่ไม่ หวั่นไหวต่อแรงลมพายุแห่งโชคชะตาครับ [เพลง]ลองจินตนาการดูนะครับว่าใจของคนเรา โดยปกติมักจะเป็นเหมือนผิวน้ำในขันเพียง แค่มีไข่มาสะกิดนิดหน่อยหรือมีสิ่งของ ชิ้นเล็กล่วงหล่นลงไปผิวน้ำนั้นก็จะเกิด ระลอกคลื่นสั่นไหวและพร่ามัวไปหมดเมื่อ น้ำไม่นิ่งนิ่งเราย่อมไม่มองเห็นก้นบึ้ง ของปัญหาและไม่สามารถสะท้อนภาพความเป็น จริงที่ชัดเจน[เพลง]ได้แต่จิตที่ผ่านการ ฝึกสวดมหาจักรพรรดิมาอย่างถูกวิธีตลอด 1 เดือนจะค่อยๆเปลี่ยนสภาพจากน้ำในขันกลาย เป็นน้ำในบึงใหญ่ที่แม้จะมีก้อนหินตกลงไป ผิวน้ำอาจจะกระเพื่อมเพี่ยนชั่วครู่แต่ ความลึกและความกว้างของน้ำนั้นจะช่วยดูด ซับแรงกระแทกไว้ได้อย่างรวดเร็วจนกลับมา สงบนิ่งและใสสะอาดดังเดิมในเวลาอันสั้น ครับ สภาวะนี้เองครับที่หลวงตาม้าเรียกว่าการ มีจิตเบาซึ่งฟังดูอาจจะย้อนแย้งนะครับว่า ทำไมจิตที่แข็งแกร่งถึงต้องเป็นจิตที่เบา คำตอบคือเมื่อใจของเราเบาจากความยึดมั่น ถือมั่นเบาจากความรำคาญและเบาจากความขุ่น มัวจิตจะมีพื้นที่ว่างสำหรับพลังพลังงาน บุญมหาจักรพรรดิให้เข้ามาบรรจุอยู่ได้ อย่างเต็มที่เมื่อบุญเต็มใจความทุกข์ก็ เข้าไม่ถึงครับเหมือนกับร่างกายที่มีภูมิ คุ้มกันแข็งแรงต่อให้เชื้อโรคแห่งความ เศร้าหรือความโกรธจะพยายามรุกรานเพียงใด จิตที่ชินกับความเบาสบายและแสงสว่างจะ ผลักไซ้สิ่งเหล่านั้นออกไปเองโดย อัตโนมัติครับ คุณผู้ฟังครับในระหว่าง 1 เดือนของการฝึก นี้บางท่านอาจจะเจอเจอสิ่งที่เรียกว่าบท ทดสอบทางกรรมเช่นอยู่ดีๆก็มีคนมาทำให้ โกรธมีปัญหาการเงินเข้ามาแทรกซ้อนหรือแม้ แต่ความรู้สึกขี้เกียจและท้อแท้ที่เข้ามา หรุ่มเร้าหลวงตาบอกว่าสิ่งเหล่านี้คือขยะ อารมณ์ที่ถูกกวนขึ้นมาเพื่อให้เราล้างออก ครับเปรียบเหมือนกับการที่เรากำลังขัด หม้อที่ดำมืดมานานในช่วงแรกของการขัดเรา จะเห็นคราบสกปรกสีดำหลุดออกมาเลอะเคอะ เต็มไป หากเราตกใจแล้วเลิกขัดซะกลาง[เพลง]คัน หม้อใบนั้นก็จะไม่มีวันสะอาดและเป็นเหงา งามได้เลยครับหน้าที่ของคุณคือสวดต่อไป ด้วยความเข้าใจครับเมื่อไหร่ที่ความ หงุดหงิดเกิดขึ้นให้รู้เท่าทัน[เพลง]แล้ว กลับมาเกาะที่บทสวดกลับมานึกถึงภาพหลวง ปู่ดู่การที่เราสวดไปนานๆจนเกิดความชิน จิตจะเริ่มเรียนรู้ว่าความโกรธไม่ใช่เรา ความทุกข์ไม่ใช่เรามันเป็นเพียงสภาวะ หนึ่งที่ผ่านมาแล้วก็ผ่าน[เพลง]ไปเมื่อ เราไม่เอาใจไปเกาะพลังงานลบเหล่านั้นก็ ไม่มีทางส่งผลต่อชีวิตเราได้ครับ[เพลง] อีกเรื่องนึงที่หลายคนมักจะสงสัยคือ เรื่องของโลกวิญญาณและเจ้ากรรมนายเวรหลวง ตาม้าท่านสอนไว้ลึกซึ้งมากว่าสิ่งที่มอง ไม่เห็นเหล่านั้นแท้จริงแล้วเขาก็คือ เพื่อนร่วมทุกข์ที่ยังหาทางออกไม่ได้การ ที่เราสวดมหาจักรจักรพรรดิแล้วเกิดแสง สว่างเขาเหล่านั้นไม่ได้มาเพื่อทำร้ายเรา ครับแต่เขามาเพราะความหิวบุญ[เพลง]เหมือน กับคนที่หิวกระหายย่อมวิ่งเข้าหาแหล่งน้ำ หากเรามัวแต่หวาดกลัวหรือพยายามขับไล่จิต ของเราจะเกิดความกระด้างและเป็นทุกข์เอง ครับเคล็ดลับคือการปรับใจให้เป็นผู้ให้ ครับเมื่อคุณรู้สึกได้ถึงกระแสที่แปลก ปลอมหรือความรู้สึกอึดอัดให้คุณน้อมนำภาพ หลวงปู่ดู่ขึ้นมาทันทีแล้วอธิษฐาน[เพลง] จิตแผ่เมตตาออกไปอย่างไม่มีประมาณบอกกับ เขาว่าบุญนี้ฉันทำให้เธอนะ[เพลง]ขอให้เธอ ไปสู่ภพภูมิที่ดีขึ้นเมื่อคุณเปลี่ยน สถานะจากเหยื่อของกรรมมาเป็นผู้แจกจ่าย บุญกระแสความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเจ้า กรรมในเวรจะเปลี่ยนไปทันทีครับจากผู้จอง เวรจะกลายเป็นผู้โมทนา[เพลง]และเมื่อเขา มีความสุขเขาก็จะเลิกจองเวร และกลับมาเป็นเทวดาที่คอยปกป้องคุ้มครอง คุณแทนนี่คือการแก้กรรมที่ตรงจุดที่สุด ตามแนวทางของหลวงตาม้าครับผลลัพธ์ที่จับ ต้องได้ในโลกความเป็นจริงหลังจากที่คุณ ฝึกมาครบ 1 เดือนคือสติปัญญาที่แจ่มใส ขึ้นครับคุณจะพบว่าปัญหาที่เคยหาทางออก ไม่ได้จู่ๆก็มีแนวคิดดีๆผุดขึ้นมาหรือมี คนเข้ามาหยิบยื่นโอกาสให้โดยบังเอิญนั่น ไม่ใช่เรื่องฟลุกครับ[เพลง]แต่เป็นเพราะ อารมณ์ใจของคุณสอดคล้องกับคลื่นพลังงาน ของความสำเร็จเมื่อใจคุณสว่างคุณย่อมมอง เห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่ในวิกฤตเสมอครับผม อยากให้คุณผู้ฟังเชื่อมั่นในความเพียรของ ตัวเองนะครับทุกลมหายใจที่สวดออกไปทุก วินาทีที่นึกถึงภาพหลวงปู่คือการสะสมเม็ด ทรายแห่งบุญทีละเล็กทีละน้อยจนกลายเป็น กำแพงแก้วที่มั่นคงและสูงใหญ่ในที่สุด อย่าไปเร่งรัดผลลัพธ์ครับแต่ให้สนุกกับ การสร้างสาเหตุที่ถูกต้องแล้วชีวิตจะดี ขึ้นเองอย่างเกินความคาดหมายครับบทสรุป แห่งมหาบารมี และการอธิษฐานจิตเปลี่ยนชีวิตใหม่คุณผู้ ฟังที่รักทุกท่านครับเราได้เห็นภาพรวมของ การปฏิบัติที่สามารถเปลี่ยนชีวิตได้จริง ภายใน 1 เดือนโดยมีหัวใจสำคัญคือการสร้าง ความชินให้กับจิตใจครับหลวงตาม้าท่านไม่ ได้ต้องการให้เราเป็นนักบวช[เพลง]ที่ปลีก วิเวกออกจากสังคมแต่ท่านต้องการให้เรา เป็นนักสู้ในทางโลกที่มีธรรมะของ มหาจักรพรรดิเป็นอาวุธ[เพลง]และเป็น เครื่องป้องกันตัวครับเราลองมาสรุปแก่น สำคัญร่วมกันอีกครั้งนะครับเริ่มต้นจาก การวางอารมณ์ใจให้เบาสบายสวดมนต์เหมือน ร้องเพลงโปรดเพื่อเปิดรับพลังงานต่อยอด ด้วยการนึกถึงภาพหลวงปู่ดู่ด้วยวิธีลืมตา และหลับตาเพื่อให้มีที่เกาะที่มั่นคง [เพลง]จากนั้นก็นำบทสวดเข้าสู่ชีวิตประจำ วันเปลี่ยนทุกกิจวัตรให้เป็นโรงงานผลิต บุญเสริมพลังด้วยการสวดรวมหมู่เชื่อมโยง กับกัลยาณมิตรทั่วโลกและปิดท้ายด้วยการ นอนสวดจนหลับเพื่อชำระล้างใจก่อนเข้าสู่ นิทราทั้ง 5 วิธีนี้คือองค์ประกอบที่จะทำ ให้จิตของคุณเข้มแข็งและสว่างไสวอย่างไม่ มีประมาณครับ[เพลง] แก่นแท้ที่หลวงตาม้าเน้นย้ำที่สุดคือ [เพลง]การทำให้ตัวเราเป็นทางผ่านของพลัง งานบุญอยู่ตลอดเวลาครับอย่าสวดเพื่อกัก เก็บบุญไว้เพียงคนเดียวเพราะบุญก็เหมือน กับกระแสน้ำหากนิ่งอยู่นานๆก็จะกลายเป็น น้ำเสียแต่หากไหลผ่านและแผ่กระจายออกไป สู่ผู้อื่นอยู่เสมอน้ำนั้นจะสะอาดสดใสและ มีปริมาณที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่มี วันหมดเมื่อคุณกลายเป็นผู้ให้เมตตาแก่โลก วิญญาณและผู้คนรอบข้างพลังมหาจักรพรรดิจะ ย้อนกลับมาเติมเต็มทุกส่วนของชีวิตคุณเอง ทั้งเรื่องการงานการเงินและสุขภาพครับ ก่อนที่เราจะจากกันในวันนี้ผมอยากชวนคุณ ผู้ฟังทุกท่านมาร่วมกันตั้งสัจจะอธิษฐาน และน้อมนำบารมีร่วมกันสักครู่หนึ่งนะครับ หากท่านสะดวกขอให้ทำใจให้สงบนิ่งนึกถึง ภาพหลวงปู่ดูที่ยิ้มด้วยความเมตตาอยู่ กลางดวงใจของท่าน ข้าพเจ้าขออาราธนาบารมีรวมพระพุทธเจ้าทุก พระองค์พระปัจจกพุทธเจ้าพระธรรมและพระ อริยสงฆ์ตั้งแต่อดีตปัจจุบันจนถึงอนาคต โดยมีบารมีรวมหลวงปู่ดู่พรหมปัญโญและหลวง ตาม้าเป็นที่สุดขอได้โปรดน้อมนำกระแส บารมีมหาจักรพรรดิมาสว่างไสวที่กายที่ใจ และที่ดวงจิตของข้าพเจ้าขอให้กรรมใดที่ เคยขัดขวางทางโลกและทางธรรมจงสลายตัวด้วย อำนาจแห่งพุทธคุณขอให้ข้าพเจ้ามีสติปัญญา ที่เฉลียวฉลาดมีอารมณ์ใจที่สงบเย็นมีความ คล่องตัวในทุกสิ่งที่ปรารถนาที่เป็นไปใน ทางที่ชอบและขอให้ข้าพเจ้าได้เป็นแสง สว่างเป็นที่พึแก่ตนเองและผู้อื่นนับตั้ง [เพลง]แต่บัดนี้สืบไปเบื้องหน้าเทอญ คุณผู้ฟังครับระยะเวลา 1 เดือนอาจจะฟังดู สั้นแต่หากคุณทำจริงทำต่อเนื่องด้วยใจที่ เบาสบายมันคือเวลาที่เพียงพอสำหรับการ เกิดใหม่ทางจิตวิญญาณครับปาฏิหาริย์ไม่ ใช่เรื่องเหลือเชื่อแต่มันคือผลลัพธ์ของ เหตุปัจจัยที่ถูกต้องแล้ววันนี้คุณได้รับ แผนที่นั้นไปครบถ้วนแล้วครับผมขออนุโมทนา บุญกับความตั้งใจดีของคุณผู้ฟังในครั้ง นี้ด้วยใจจริงครับขอให้ท่านจงมีความมั่น คงในความเพียรมีหลวงปู่ดู่คอยคุ้มครอง อยู่ทุกลมหายใจเข้าออกและพบเจอแต่สิ่งที่ ดีงามยิ่งๆขึ้นไปในทุกวันครับหากชื่นชอบ บทบรรยายนี้ผมขอเชิญชวนให้ร่วมกันแบ่งปัน สาระแห่งบุญนี้ออกไปให้กว้างขวางเพื่อ เป็นธรรมทานร่วมกันนะครับขอให้ท่านมีความ สุขสงดเย็นและเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไป สามารถดีขึ้นได้ในทุกๆวันสำหรับวันนี้ สวัสดีครับ [เพลง]
The words are the caption track's own and nothing is reworded or re-transcribed. Paragraph breaks are placed between sentences so the text reads as prose.
Free tools for your own script. No signup, no login.
Paste your draft and see where viewers are likely to drop off, with a rewrite for each weak line.
Paste the first 30 seconds of your own draft for a hook score and rewrites.
Check your draft against YouTube's advertiser-friendly guidelines before you record it.
Read this channel's public videos and transcripts, and download a writing brief for it.